khaothai
เขาไม่บอกผมสักคำ หนุ่มเล่านาทีเพื่อนโทรบอกเมียเอาลูกไปทิ้ง เผยไม่รู้จะมีเงินเลี้ยงไหม
June 06, 2019
ฟังเรื่องจริงแล้วอึ้ง แม่ขี่จยย.เอาลูกเพิ่งคลอด ใส่กระเป่าทิ้งถังขยะ เปิดปากเคยรับปากสามีจะคุมกำเนิดแต่พลาดตั้งครรภ์ ลูกคนที่ 4 จนทำให้เกิดหนี้สะสม ก่อนจะมาท้องคนที่ 5 จึงไม่กล้าบอกสามี โดยเครียดเรื่องรายได้ของครอบครัว จึงคิดว่าจะให้คนมาพบแล้วเอาไปเลี้ยงต่อชีวิต ส่วนสามีอึ้ง เคยแต่ด่าคนทิ้งลูกในเฟส ไม่คิดว่าจะเกิดกับครอบครัวตัวเอง เผยยังงงว่าทำไมภรรยาไม่เปิดปากบอกตนเองไม่งั้นเรื่องจะไม่เป็นแบบนี้ รับมีหนี้นอกระบบ อาจเลี้ยงลูกคนที่ 5 ไม่ไหว ซึ่ง พม. ลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือแล้ว
วันนี้ 6 มิถุนายน 62 ผู้สื่อข่าวติดตามความคืบหน้ากรณีแม่นำลูกชายที่เพิ่งคลอดใส่กระเป๋าไปวางทิ้งในจุดทิ้งขยะกลางชุมชน บริเวณซอยกระทุ่ม 27 หมู่ที่ 4 ตำบลกระทุ่มล้ม อำเภอสามพราน โดยมีภาพวงจรปิดสามารถจับภาพขณะนำมาทิ้งไว้ได้ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพธิ์แก้ว อ.สามพราน สามารถติดตามจับกุมหญิงคนดังกล่าว คือ นางสาวรดี (นามสมมติ) ชาวจังหวัดกาฬสินธ์ ที่เข้ามาอาศัยในบ้านเช่าเขต อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร และสร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องดังกล่าวในหลายมุมมอง ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 14.00 น. ของวันที่ 5 มิถุนายน ที่ผ่านมา

โดยช่วงสายของวันนี้ นางสาวชนานันท์ วุฒิทวี หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัว จังหวัดนครปฐม กรมสวัสดิการเด็กและเยาวชน กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ได้เข้าประสานงานกับเจ้าหน้าที่พยาบาลของโรงพยาบาลสามพาน (วัดไร่ขิง) เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปคม. ได้เข้าพบและสอบถามเพื่อให้ความช่วยเหลือ นางสาววรดี (นามสมมติ) ซึ่งได้รับการเข้ารักษาตัวหลังจากคลอดบุตรเมื่อวาน และเด็กชายโชค (นามสมมติ) อายุ 2 วัน หลังจากถูกส่งตัวมารักษาตัวตั้งแต่เมื่อวาน โดยพบว่า สภาพจิตใจของ นางสาววรดี (นามสมมติ) นั้นอยู่สภาวะเครียดอย่างหนัก โดยมีผลกระทบทางด้านจิตใจที่รุนแรงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และสำนึกกับสิ่งที่ได้ก่อเหตุลงไปเมื่อวานนี้ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ทางกฎหมายและการดำเนินการให้การช่วยเหลือเข้าประกบเพื่อสร้างกำลังใจ หลังสภาวะจิตใจนั้นอยู่ในขั้นที่ต้องประคับประคองในช่วงนี้อย่างใกล้ชิด
โดย นางสาวชนานันท์ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัว จังหวัดนครปฐม กล่าวว่า หลังจากได้พบ แม่ของน้องโชคและได้สอบถามอย่างและเอียด ก็พบประเด็นปัญหาคือเรื่องความเครียดสะสมที่เกิดขึ้นในครอบครัวเป็นหลัก โดยเรื่องรายได้ที่ไม่เพียงพอ และการไม่สื่อสารกันในครอบครัวน่าจะคือปัญหาหลักที่เกิดเรื่องดังกล่าว ซึ่งตอนจุดประสงค์ของการนำลูกชายไปทิ้งน่าจากเรื่องการที่แม่มีความเครียดว่าได้ตั้งครรภ์โดยไม่ได้บอกใครรอบตัว และเกรงว่าลูกเกิดมาจะไม่มีคนเลี้ยงจึงได้เอาใส่กระเป๋าเปิดซิปเอาไว้ เผื่อหวังว่าจะมีคนที่มาพบเห็นแล้วจะเอาไปเลี้ยงและต่อชีวิตให้ลูกชาย เพราะก่อนหน้าก็มีลูกที่ติดกับสามีเก่า 2 คน แต่ได้ฝากให้ตากับยายแบ่งช่วยไปเลี้ยง ส่วนตัวเองก็เลี้ยงดูลูกอีก 2 คน กับสามีคนล่าสุดและมาพลาดตั้งครรภ์ล่าสุดทั้งๆ ที่สามีบอกให้ป้องกันการตั้งครรภ์ไว้แล้ว แต่ก็มามีลูกในช่วงที่ครอบครัวมีปัญหาทางการเงินจึงน่าจะกลัวถูกต่อว่าและมาทราบเรื่องเมื่อตั้งครรภ์ไปแล้ว 5 เดือน ซึ่งตอนนี้ก็พร้อมให้การช่วยเหลือในหลายๆด้าน ทั้งการดูแลเรื่องสุขภาพของแม่ และทางด้านสภาพจิตใจของแม่และ
ทางคุณพ่อซึ่งก็ทราบว่ากำลังวิตกอย่างหนักเช่นกัน ซึ่งจะมีการจัดทางเจ้าหน้าที่ สหวิชาชีพให้มาดำเนินการช่วยเหลือต่อไป

หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัว จังหวัดนครปฐม กล่าวอีกว่า เกี่ยวกับเรื่องปัญหาตั้งครรภ์โดยไม่ได้ตั้งใจ นั้นสามารถโทรมาปรึกษาที่หมายเลข 1330 ของ พม.ได้โดยจะมีเจ้าหน้าที่ที่จะคอบช่วยเหลือ เช่นกรณีนี้ สอบถามแล้ว ทางคุณแม่ไม่พร้อม และขอตั้งหลักให้ได้ก่อนจะมารับกลับไปเลี้ยง ซึ่งทางหน่วยงานก็มีสถานที่สำหรับดูแลเด็กอ่อนให้ ขึ้นอยู่กับข้อมูลความประสงค์และความพร้อม แต่ถ้าเลี้ยงไม่ได้ รัฐก็มีกระบวนการในการดูแลเลี้ยงดูต่อไปให้ ส่วนในเรื่องคดีความก็จะมีการประสานสหวิชาชีพ มาช่วยให้การดูแลเพราะจุดประสงค์คือไม่ได้ทำให้เสียชีวิตแต่คิดว่าจะให้คนเอาไปเลี้ยง แต่วิธีการอาจจะยังสับสน ซึ่งวันนี้ ก็เป็นวันแรกที่ แม่ได้ให้นมลูกและอยู่ในอ้อมกอดของกันแล้ว
ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้ติดตามไปที่ห้องเช่า ม.13 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นที่พักของ นางวรดีกับสามี และได้พบกับ นายเป้ (นามสมมติ) อายุ 32 ปี สามี โดยพบว่า นายเป้นั้นกำลังนั่งซึมอยู่ในห้องเช่าคนเดียว และมีอาการเหม่อลอบ จึงได้เข้าทำการสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

โดยนายเป้ (นามสมมติ) บอกว่า ตอนนี้ตนเองยังงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร ซึ่งที่ผ่านมา 9 ปี ที่คบหากับภรรยา ก็ได้มีลูกด้วยกัน 2 คน แต่ภรรยามีลูกติดกับสามีมา 2 คน ซึ่งส่วนนั้นตนเองยอมรับได้เพราะเขาเป็นคนดีมีน้ำใจ และที่อยู่ด้วยกันมาก็ไม่เคยมีปัญหาอะไร และกำลังวางแผนชีวิต โดยเมื่อวาน ตนเองเป็นพนักงานขับรถของบริษัทแห่งหนึ่งกำลังทำงานขับรถอยู่ เพื่อนได้โทรมาบอกว่าแม่ยายโทรมาบอกว่า เมียเอาลูกไปทิ้ง ซึ่งตนเองก็ยังเข้าใจว่าเอาลูก 2 คนไปทิ้งที่บ้านยาย ก็ไม่ได้ติดใจ อีกสักพักเพื่อนก็โทรมาอีก บอกว่ามันไม่ใช่ทิ้งธรรมดา แต่ทิ้งลูกที่เพิ่งเกิดมาในถังขยะ ตำรวจมาเอาตัวไปแล้ว ก็ยิ่งงง เพราะภรรยาไม่เคยตั้งท้อง เมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็ยังมีอะไรกันอยู่ จึงไม่น่าจะใช่ และเมื่อไปถึงยังโรงพยาบาลก็พบว่าเป็นเรื่องจริง ตนเองยังได้ไปดูหน้าลูกชาย ซึ่งเห็นครั้งแรกถึงกับร้องไห้ว่าเกิดเรื่องนี้ขึ้นได้อย่างไร
“ตอนนี้ผมยังทำอะไรไม่ถูก เพราะงงไปหมดวันนี้จะไปทำเรื่องแจ้งเกิดให้จบแล้วไปดูภรรยา แต่ต้องช้าหน่อยเพราะผมไม่มีรถต้องนั่งรถเมล์ไป ส่วนรถที่ภรรยาเอาลูกไปทิ้งก็ยืมคนข้างบ้านไป ตอนนี้เครียดเรื่องคดีว่าภรรยาจะติดคุกไหม ทำไมเค้าไม่บอกเราสักเรื่อง แม้กระทั่งเรื่องตั้งท้อง ถ้าบอกผมสักนิดผมจะได้เตรียมตัวให้พร้อมซื้อข้าวของมารอรับลูกชาย เมื่อคืนผมไปหาภรรยามาถามว่าทำไมถึงทำแบบนี้เขาก็ไม่ตอบ ผมก็ไม่อยากรู้อะไรแล้วเราก็มาแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นก่อน และที่เครียดมากคือ ปกติตนเองดูโซเชียลแล้วจะด่าคนที่ทิ้งลูกแบบสาดเสีย ไม่เชื่อว่าจะเปิดดูแล้วเจอชื่อเมียตัวเอง ตอนนี้ผม ตั้งชื่อลูกชายว่า น้องธนกฤต แต่ไม่รู้จะมีเงินเลี้ยงเขาไหม ” นายเป้ (นามสมมติ)บอกด้วยความเครียด
นายเป้ (นามสมมติ) บอกอีกว่า เรื่องลูกชายคนใหม่ ตนเองก็ไม่รู้ว่าจะพร้อมเลี้ยงไหม เพราะตอนนี้ทำงานคนเดียว เงินเดือน 1.2 หมื่น แต่ก็ใช้หนี้นอกระบบ เดือนละ 9 พันกว่าบาท ซึ่งเป็นแค่ดอกเบี้ย จากเงิน 7 หมื่น ที่ไปหยิบยืมจากคนที่อยู่ในโรงงาน ซึ่งภรรยาน่าจะรู้สึกเครียด เพราะเราเคยคุยกับเรื่องคุมกำเนิดเขาก็บอกตลอดว่าคุมเราก็ยังเชื่อว่าคุมอยู่แล้ว เรื่องนี้จะจบไม่เป็นเรื่องถ้าเขายอมบอกกับผมแค่คำเดียวว่าตั้งท้อง แค่โดนผัวบ่นครั้งเดียวเรื่องมันก็จบ วันนี้ยอมรับว่ายังทำใจไม่ได้ว่าคิดกับภรรยายังไง ความรักยังมี การเลี้ยงดูยังมีแต่คงไม่เหมือนเดิม ผมจะเชื่อเขาอีกไม่ได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการประมวลสาเหตุที่ นางสาววรดี (นามสมมติ) ได้ก่อเหตุดังกล่าว น่าจะเป็นปัญหาที่ได้ตกลงกันในระหว่างก่อนช่วงที่มีลูกคนที่ 4 ซึ่งตอนนั้นได้ไปออกรถยนต์มือ 2 มาแล้วกำลังจะผ่อน แต่นางสาววรดี (นามสมมติ) ได้เกิดตั้งท้องลูกคนที่ 4 ขึ้นมา ทำให้ต้องปล่อยรถให้ยึดไปแล้วนำเงินมาเลี้ยงลูกคนที่ 4 โดยได้สัญญากันว่าจะคุมกำเนิดเพื่อลดค่าใช้จ่ายในบ้าน กระทั่งเดือนหน้า ทั้งคู่เตรียมจะเอาลูกๆไปฝากเลี้ยงยังสถานที่รับฝากเลี้ยงแล้วจะให้ นางสาววรดีออกมาทำงาน โดยเงินส่วนที่นายเป้ (นามสมมติ) หามาได้จะรีบนำไปใช้หนี้ให้หมด ส่วนเงินของนางสาววรดี(นามสมมติ) จะนำมาใช้ในครัวเรือน เมื่อหนี้สินหมดก็จะขอกลับไปตั้งหลักชีวิตที่จังหวัดชัยนาท แต่เมื่อตั้งท้อง นางสาววรดี(นามสมมติ) จึงไม่กล้าบอก เพราะทุกเดือนสามีต้องไปยืมเงินจากคนปล่อยกู้มาประทังชีวิต มาทุกเดือนทำให้เป็นหนี้พอกขึ้นจาก 2 หมื่นเป็น 7 หมื่น แม้จะผ่อนมาแล้ว 9 พันกว่าบาท เป็นเวลา 1 ปี ก็เป็นที่ดอกเบี้ยเท่านั้น เงินต้นยังอยู่ ทำให้เป็นสาเหตุที่ นางสาววรดี(นามสมมติ) เกิดความกลัวสามีเพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดหนี้แต่ทั้งคู่ไม่ได้คุยกัน จนเกิดเป็นภาพข่าวที่สะเทือนใจสังคมเมื่อวานนี้
ภาพและข่าวโดย ปนิทัศน์ มามีสุข นส.ปณิดา มามีสุข ผู้สื่อข่าวสยามนิวส์ จ.นครปฐม
0 comments