ศาลสั่งประหารชีวิต ไอ้หนัด พี่ชายฆ่าฝังดินน้องสาว-ผัวฝรั่ง นำศพฝั่งดินทิ้งริมลำห้วย

วันที่ 31 พฤษภาคม2562 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวสยามนิวส์รายงานว่า ที่ศาลจังหวัดแพร่ ศาลจังหวัดแพร่ ได้นัดฟังคำพิพากษาคดีฆาตกรรมชาวต่างชา...



วันที่ 31 พฤษภาคม2562 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวสยามนิวส์รายงานว่า ที่ศาลจังหวัดแพร่ ศาลจังหวัดแพร่ ได้นัดฟังคำพิพากษาคดีฆาตกรรมชาวต่างชาติที่จังหวัดแพร่ โดยเจ้าหน้าที่เรือนจำจังหวัดแพร่ ได้นำตัวนายหนัด หรือหนานหนัดหรือนายวารุต รัตนสัจจกิจ อายุ 63 ปี จำเลยที่ 1 พร้อมทั้ง นายเปี้ย คำใส หรือ เสือทอง อายุ 63 ปี จำเลยที่ 2 และนายกิตติพงษ์ คำหวัน หรือ ไอ้ใหญ่ อายุ 24 ปี จำเลยที่ 3 และนายสีมา อุดพามูล อายุ 60 ปี ชาวบ้านแม่กะต๋อม ต.สรอย อ.วังชิ้น จ.แพร่ จำเลยที่ 4 ผู้ต้องหาคดีบงการฆ่านายอลัน สก็อต ฮ็อค (Mr Alan Scott Hogg) และนางหน็อต สุดแดน ภรรยาชาวจังหวัดแพร่ ไปที่ศาลจังหวัดแพร่ เพื่อฟังคำพิพากษา ในขณะที่มีญาติของผู้ต้องหาและญาติผู้ตายเดินทางมาร่วมฟังทั้ง 2 ฝ่าย ญาติของนายอรัน สก็อต ฮ็อค มีนางอริซาเบส เกรย์ Mrs.Elizabeth mary gray เดินทางมาจากออสเตรีย นายริชาท โทรมัส เวอริค Mr. Richard Thomas warwick และนายเดวิด ฟินตัน ฮ็อค Mr. david finston hogg จากประเทศอังกฤษ เข้าร่วมฟังคำพิพากษา


โดยมีนายสุเนตร สาทา นางสาวฑิตา ตันคณิตเลิศ ทำหน้าที่เป็นผู้พิพากษาบัลลังก์ที่ 1 ศาลได้อ่านสำนวนประกอบคำพิพากษานานประมาณ 1 ชั่วโมง โดยสรุปว่า จำเลยที่ 1 เลยที่ 2 และ จำเลยที่ 3 ได้มีการเตรียมการและร่วมกันสังหารอย่างไตร่ตรองไว้ก่อน โดยไปเตรียมการที่บ้านจำเลยที่ 1 เข้าไปในบ้านผู้ตายจำเลยที่ 2 ใช้ปืนลูกซองหัวปลายยิงนายอรัน สก็อต ฮ็อก 2 นัดตรงเล้าเป็ด จำเลยที่ 3 ล็อคแขนนางหน็อต สุดแดน จำเลยที่ 1 ใช้เครื่องมือซ่อมรถ (กุญแจเลื่อน) ทุบศีรษะด้านหลังบริเวณโรงรถขณะกำลังคัดมะนาว จากนั้นจำเลยทั้ง 3 ช่วยกันนำผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ไปใส่หลุมริมห้วยกวางเน่าโดยใช้รถแบ็คโฮ ของจำเลยที่ 1 เหตุเกิดเมื่อ 18.00 น.ของวันที่ 19 กันยายน 2561 เจ้าหน้าที่พบเบาแสจากรอยเลือดติดที่เท้าสุนัขในบ้าน และรอยเลือดที่บริเวณโรงรถ เป็นต้นเหตุของการสืบสวนในคดีดังกล่าว ส่วนจำเลยที่ 4 ก่อนหน้าเกิดเหตุจำเลยที่ 1 ได้ไปว่าจ้างให้ฆ่าคนข้างบ้านด้วยราคา 100,000 บาท เมื่อทราบว่าเป็นน้องของจำเลยที่ 1 จึงไม่รับงาน และได้พาไปหาจำเลยที่ 2 และที่ 3 โดยจำเลยที่ 4 รับเงินไปก่อนแล้ว 50,000 บาท และค่ารถอีก 2,000 บาท ทำให้จำเลยที่ 4 มีส่วนในการวางแผนฆ่าครอบครัวฝรั่งดังกล่าว
ศาลมีคำพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 และ จำเลยที่ 3 มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน พิพากษาให้ประหารชีวิตทั้ง 3 คน ส่วนจำเลยที่ 4 มีความผิดสนับสนุนฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน พิพากษาให้มีความผิดจำคุกตลอดชีวิต แต่เนื่องจากจำเลยที่ 4ให้การเป็นประโยชน์ ศาลลดโทษให้กึ่งหนึ่งเหลือจำคุก 25 ปี เนื่องด้วยคดีดังกล่าวเป็นคดีที่สร้างความสะเทือนขวัญประชาชน และ เป็นการ


สังหารชาวต่างชาติสร้างความเสียหายให้กับชื่อเสียงประเทศชาติ ถือว่ามีความผิดร้ายแรง ศาลจึงไม่ลดโทษให้ลงโทษประหารชีวิตสถานเดียว ในทางแพ่งได้รับฟังข้อเท็จจริงจากคดีอาญาฟังได้ว่าจำเลยทั้ง 4 ร่วมกันฆ่าผู้อื่นจึงต้องใช้สินไหมทดแทนแก้ลูกสาวของผู้ตายจำนวน 644,255.20 บาทในการใช้จ่ายพิธีศพและการเดินทางมาจากต่างประเทศเพื่อดำเนินคดีของบิดาฯลฯ


ส่วนค่าที่จอดเรือยอร์ท ของผู้ตายไม่สามารถเรียกสินไหมทดแทนได้ประมาณ 60,000 บาทเศษ เนื่องจากไม่เกี่ยวกับการก่อคดีในครั้งนี้ ศาลยกคำร้อง เหตุการณ์สะเทือนขวัญชาวไทยและกลุ่มชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยอยู่ในจังหวัดแพร่ เกิดขึ้นเมื่อมีข่าวการหายตัวไปของครอบครัวฝรั่งชาวอังกฤษคือ นายอลัน สก็อต ฮ็อค (Mr Alan Scott Hogg) และนางหน็อต สุดแดน ภรรยาชาวจังหวัดแพร่ หายไปจากบ้านเลขที่ 207 / 4 หมู่ 6 ต.ช่อแฮ อ.เมือง จ.แพร่ เมื่อวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2561 และได้รับแจ้งการหายตัวของทั้งคู่ในวันที่ 19 กันยายน 2561 เมื่อเพื่อนที่จังหวัดเชียงใหม่ไม่สามารถติดต่อทั้งคู่ได้ จึงได้เข้าไปแจ้งความที่สภ.พระธาตุช่อแฮเพื่อเข้าตรวจสอบ บริเวณบ้านดังกล่าวซึ่งเป็นพื้นที่ในหุบเขา บ้านสไตร์ยุโรป อยู่บนพื้นที่กว่า 100 ไร่ ซึ่งวันแรกของการตรวจสอบได้ให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดแพร่ลงพื้นที่เก็บหลักฐานร่องรอยของการหายตัวโดยพบร่องรอยเลือดบริเวณโรงจอดรถบริเวณก่อนถึงเล้าเป็ด เจ้าหน้าที่ชุดทีมสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดแพร่ ทำงานร่วมกับ ชุดสืบสวนจากสำนักงานตำรวจภูธรภาค 5 สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เริ่มดำเนินการติดตามโดยเริ่มจากการติดตามรถที่หายออกจากบ้านและจนรู้เบาะแสคนร้ายที่ก่อเหตุจึงได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐานและวัตถุ นานหลายวันได้ค้นหาจนเจอร่างของทั้งสอง


เมื่อวันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2561 ซึ่งทั้ง 2 คนกลายเป็นศพถูกฝังอยู่ริมลำธารห้วยกวางเน่า บริเวณที่เลี้ยงเป็ดใกล้บ้านของผู้ตายทั้งสองนั่นเอง ทางด้านตำรวจได้ควบคุมตัวนาย วารุต รัตนสัจจกิจ อายุ 63 ปี เป็นซึ่งพี่ชายของนางหน็อต นั่นเองในฐานะเป็นผู้บงการฆ่า ร่วมกับ นายเปี้ยะ คำใส หรือ เสือทอง อายุ 63 ปี ชาว ต.วังชิ้น อ.วังชิ้น จ.แพร่ มือปืนผู้ลงมือสังหาร Mr Alanฯ นายกิตติพงษ์ คำหวัน หรือ ไอ้ใหญ่ อายุ 24 ปี ชาว ต.วังชิ้น อ.วังชิ้น จ.แพร่ ผู้ร่วมกระทำผิดโดยเป็นคนจับกุมนางหน็อต ให้นายวารุตใช้เครื่องมือประแจ ตีที่ศีรษะด้านหลังจนถึงแก่ความตาย หลังจากนั้นทั้ง 3 คนก็ช่วยกันอำพรางศพ โดยการนำร่าง ทั้งสองคนไปฝังลงหลุมที่เตรียมไว้ริมลำห้วยกวางเน่าฝังกลบจนเสร็จเมื่อเวลา 20.00 น.วันเดียวกันจึงแยกย้ายกันกลับ จากนั้น จำเลยที่ 1 ได้นำรถยนต์ ฟอร์ด 4 ประตูสีขาว ทะเบียน กต.3181 แพร่ ของนายอรันฯ นำออกไปขายในตลาดมืดที่บริเวณหน้าหน้า สรรพสินค้าแห่งหนึ่งที่จังหวัดลำพูน ในราคา 420,000 บาท โดยได้ติดต่อให้นายหน้าเป็นคนไปส่งและจ้างคนขับรถ โดยจำเลยที่ 1 เป็นคนขับรถกลับจากจังหวัดลำพูน ซึ่งหลังจากคดีฆาตรกรรมดังกล่าวตกเป็นข่าวทำให้ผู้ซื้อรถไปทราบว่าเป็นรถยนต์มาจากเหตุฆาตรกรรมจึงได้นำรถส่งให้กับตำรวจภูธรจังหวัดอยุธยา เพื่อส่งคืนเจ้าของต่อไป
การดำเนินคดีดังกล่าวใช้เวลานานราว 8 เดือน ศาลจังหวัดแพร่จึงมีคำพิพากษาลงโทษผู้กระทำผิด นายธนเทพ สุทธิประภา ทนายความของของผู้เสียชีวิต ได้ส่งนางสาวปวีณา เชื้อเย็น ทีมทนายความเข้าฟังคำพิพากษาและเป็นพี่เลี้ยงญาติผู้เสียชีวิต นางสาวปวีณา กล่าวว่า ญาติผู้เสียชีวิตเป็นชาวต่างชาติมีความอ่อนไหวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมาก ซึ่งไม่พร้อมให้ข้อมูล ซึ่งการฟังคำพิพากษาแล้วรู้สึกพอใจการตัดสินของศาลไทย นายประพนธ์ คำใส อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 58 / 2 หมู่ 8 ต.แม่เกิ๋ง อ.วังชิ้น จ.แพร่ กล่าวว่า ตนเป็นลูกของนายเปี้ยคำใส จำเลยที่ 2 ที่ถูกศาลพิพากษาประหารชีวิต กล่าวว่า


ตนทำงานอยู่ในประเทศเกาหลี ทราบข่าวว่าพ่อมีคดี นางจันทร์แสง ยศวงศา อายุ 66 ปี มารดาโทรศัพท์ไปบอกและให้ติดตามข่าวทางยูทูป ทำให้ตนได้ทราบว่า บิดาต้องคดี จึงได้เดินทางมาประเทศไทยเพื่อช่วยเหลือพ่อ แต่มาที่ศาลไม่ได้เข้าฟังคำพิพากษามาทราบทีหลังว่าบิดาถูกศาลพิพากษาประหารชีวิตแล้ว ตนไม่มีความรู้พอไม่รู้จะทำอย่างไร แต่ต้องช่วยเหลือพ่อให้ถึงที่สุด คงต้องติดต่อศาลว่ามีช่องทางอย่างไร อาจจะยื่นอุทธรณ์ต่อไปก็เป็นได้


ภาพที่เกิดเหตุ


เรียบเรียงโดย กัญสร ถิ่นทิพย์ ทีมข่าวสยามนิวส์ จ.แพร่


You Might Also Like

0 comments